The Never-Ending Story (1984)อภินิหารจินตนาการไม่มีจบ

free movie online

หนึ่งปีภายหลังที่ ‘print’ ของ Labyrinth ซึ่งได้รับการรีมาสเตอร์แบบดิจิทัล (Jim Henson, 1986)

 ได้รับการเปิดเผยแพร่อีกรอบในประเทศออสเตรเลียการเปิดตัวภาพยนตร์แฟนตาซีสำหรับเด็กอันเป็นสุดที่รักอีกหัวข้อจากสมัย 80: Wolfgang Petersen’s The NeverEnding Story (1984) มันเป็นภาพยนตร์ที่มีความคิดถึงที่สำคัญสำหรับ Generation X ที่เติบโตขึ้นมาโดยจินตนาการว่าพวกเขากำลังขี่ Falkor the luckdragon ระหว่างถูกอาร์แทกซ์ชอกช้ำระกำใจเสียชีวิตในหนองที่ความกลัดกลุ้มแล้วก็จำเป็นต้องทนกับเด็กๆในเกรดที่สูงกว่าพวกเขาทำบัลเล่ต์แจ๊สที่ ประกอบกับเพลงของภาพยนตร์ประเด็นนี้ เหมือนกับกรณีของเขาวงกตไม่เพียงแต่ แม้กระนั้น The NeverEnding Story ยังคงก้าวเดินต่อไปได้อย่างดียิ่ง แม้กระนั้นยังบอกให้เห็นถึงระดับของความสลับซับซ้อนเฉพาะเรื่องรวมทั้งทางด้านเทคนิคที่ยกฐานะหัวข้อนี้ให้สูงยิ่งกว่าภาพยนตร์ส่วนมากที่ตั้งเป้าหมายไปยังผู้ชมที่อายุน้อยกว่าดูหนังออนไลน์

ดัดแปลงแก้ไขอย่างหละหลวมๆจากครึ่งแรกของนิยายปี 1979 Die unendliche Geschichte: Von A bis Z โดย Michael Ende ผู้เขียนชาวเยอรมันผู้มาจากบาวาเรียซึ่งมีการถ่ายทำซีเควนซ์แฟนตาซีของภาพยนตร์ The NeverEnding Story เสนอกรณีของจุดสำคัญรวมทั้ง พลังที่จินตนาการ เหมือนกับเขาวงกตเป็นการฉลองวรรณกรรมแฟนตาซีแล้วก็นิยายวิทยาศาสตร์คลาสสิกโดยตั้งชื่อผลงานของนักประพันธ์คนสำคัญเป็นต้นว่า JRR Tolkien, Jules Verne แล้วก็ Edgar Rice Burroughs ยิ่งกว่านั้นในลักษณะเดียวกันกับเขาวงกตผู้แสดงนำของ The NeverEnding Story บาสเตียนบักซ์ (บาร์เร็ตโอลิเวอร์) เป็นวัยรุ่นที่ถูกใจโลกที่จินตนาการสู่โลกที่ข้อเท็จจริง อย่างไรก็ดีในขณะ Sarah in Labyrinth จำต้องทำความเข้าใจที่จะหาสมดุลระหว่างโลกที่ความรับผิดชอบรวมทั้งความสบายสบายของโลกแฟนตาซี The NeverEnding Story เสนอโลกที่ข้อเท็จจริงอย่างเห็นได้ชัดในฐานะที่บาสเตียนปรารถนาหลีกลี้อย่างแม่นยำโดยชอบด้วยกฎหมาย ตอนที่เขาวงกตเกิดเรื่องราวที่วัยที่เกี่ยวกับเด็กโตที่นำทางทางระหว่างความเป็นผู้ใหญ่และก็ความไม่รู้เดียงสา The NeverEnding Story เกิดเรื่องราวที่ไม่อ้อมค้อมมากเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับความสบายของความอัศจรรย์ในวัยเด็กที่มีชัยชนะเหนือความเย็นชาดูหนังเต็มเรื่อง

ฉากเกริ่นนำของ The NeverEnding Story ได้อย่างมีคุณภาพมากมายว่าโลกที่ข้อเท็จจริงยอดเยี่ยมในความไม่ชอบธรรมความเศร้าโศกและก็ความเดียวดายสำหรับบาสเตียน เขาถูกรังควานกลางทางไปสถานที่เรียนดูเหมือนจะไม่มีเพื่อนฝูงรวมทั้งรู้สึกห่างเหินจากบิดาของเขา (พบรัลด์แม็คเรนีย์) ที่มานะดิ้นรนเพื่อทำความเข้าใจว่าการที่บาสเตียนถอยไปสู่โลกที่การเชื่อถือเป็นส่วนหนึ่งส่วนใดสำหรับการต่อกรกับความตาย ของแม่ของเขา ชี้ให้เห็นว่าบาสเตียนกำลังดิ้นรนเพื่อเปิดขวดโดยบอกว่าเขาขาดความแข็งแกร่งทางร่างกายเพื่อซ้ำเติมว่าเขาอ่อนแอขนาดไหน ถึงแม้ว่าจะสำหรับเด็กที่ไม่เคยผ่านอาการบาดเจ็บในระดับเดียวกันบาสเตียนก็เป็นตัวละครที่สวยซึ่งระบุตัวตนได้ง่ายอย่างยิ่งดูหนังพากย์ไทย

บาสเตียนเป็นตัวละครเอกที่ไม่ธรรมดาเนื่องจากว่าผู้ชมมิได้บอกว่าเขาเป็นวีรบุรุษตามแบบฉบับของภาพยนตร์ประเด็นนี้ แม้กระนั้นเป็นวิญญาณพี่น้องที่ศึกษาและทำการค้นพบเรื่องราวเดียวกันกับผู้ชม เหมือนกันกับ The Princess Bride (Rob Reiner, 1987) เรื่องราวแฟนตาซีถูกเสนอผ่านเครื่องมือเล่าที่มีอยู่ในหนังสือในรูปภาพยนตร์ (ในฐานะที่เป็นอ้างอิงที่น่าสงสัย The NeverEnding Story มีข้อมูลเกี่ยวกับวัยรุ่นที่ถูกใจร้านค้าวิดีโอรวมทั้ง The Princess Bride เปิดขึ้นพร้อมด้วยหลานชายที่ไม่สนใจเล่นเกมคอมพิวเตอร์ทำให้เห็นว่าเกมคอมพิวเตอร์ในปี 1980 ถูกว่ากล่าวว่าเกิดเรื่องการปลดเยาวชนในลักษณะที่โซเชียลเน็ตเวิร์ค เป็นวันนี้) ความต่างที่สำคัญระหว่างเรื่องราวในรูปภาพยนตร์ทั้งคู่เรื่องเป็นในช่วงเวลาที่เรื่องราวของ The Princes Bride ยังคงมีความยาวเกือบเกิดเรื่องที่น่าชวนหัว แม้กระนั้นเรื่องราวของ The NeverEnding Story ก็ล้นไปสู่โลกที่ข้อเท็จจริง

บาสเตียนหลบซ่อนอยู่ด้านในห้องใต้หลังคาของสถานศึกษามืดซึ่งเต็มไปด้วยวัตถุลึกลับยกตัวอย่างเช่นชุดเล่นละครเก่าๆและก็กระดูกห้องทดลองวิทยาศาสตร์บาสเตียนใช้พื้นที่ชั่วครั้งคราวระหว่างโลกแห่งหนังสือกับโลกที่เขาจากมา เกตเวย์เป็นหนังสือเองแม้การดีไซน์การสร้างห้องใต้หลังคาจะบ่งถึงความหวาดกลัวรวมทั้งความชอบใจของประสบการณ์ของบาสเตียนในฐานะคนอ่าน ภาพยนตร์หัวข้อนี้ปรับแต่งได้อย่างมีคุณภาพระหว่างเรื่องราวการเสี่ยงอันตรายในหนังสือและก็กลับไปที่บาสเตียนในห้องใต้หลังคาเพื่อเตือนผู้ชมโดยตลอดถึงการปรากฏตัวของเขาในฐานะนักอ่านรวมทั้งเบาๆเสนอแนะแนวความคิดที่ว่าเขาสามารถมีผลต่อสิ่งที่เขากำลังอ่าน ในแง่ที่เป็นคุณประโยชน์มากขึ้นเรื่อยๆการตัดกลับไปที่บาสเตียนยังช่วยทำให้ภาพยนตร์หัวข้อนี้สามารถขยายเวลารวมทั้งพื้นที่สำหรับการสาธยายถึง Atreyu (Noah Hathaway) ในเวลาที่เขาเดินทางผ่านโลกของ Fantasia เพื่อค้นหาแนวทางรักษาพระราชินีผู้ไม่รู้เดียงสา (Tami Stronach).

เครื่องไม้เครื่องมือของบาสเตียนสามารถมีผลกระทบต่อโลกของแฟนตาเซียรวมทั้งสุดท้ายการบันทึกก็เป็นข้อสำคัญของภาพยนตร์หัวข้อนี้ พระราชินีป่วยไข้เพราะว่าการมาถึงของกองกำลังที่เรียกว่าไม่มีอะไรซึ่งเมื่อมันขยายตัวออกไปทั้งสิ้นที่สัมผัสด้วยอย่างกับว่าสิ่งพวกนั้นไม่เคยมีอยู่จริง ในรูปภาพยนตร์ประเด็นนี้ Bastian และก็ Atreyu ได้ศึกษาว่าแฟนตาเซียเป็นโลกที่ความฝันรวมทั้งความคาดหมายของคนเราและก็ในช่วงเวลาที่มนุษย์โดยรวมหยุดจินตนาการไปแล้วเวลานี้แฟนตาเซียก็เลยตกอยู่ภายใต้การคุกคามเว้นแต่ว่าจินตนาการของบาสเตียนจะมีพลังมากพอที่เขาจะลงมือกระทำทันการ

ในตอนที่กำแพงลำดับที่สี่แตกออกอย่างน่าพิศวงภาพยนตร์ประเด็นนี้ได้ก้าวไปอีกขั้นหนึ่งเพื่อไปสู่ความตกต่ำยั่วยวนใจผู้ชมภาพยนตร์ ภายหลังที่พระราชินีบอก Atreyu ว่าบาสเตียนอยู่กับเขามาตลอดแล้วต่อจากนั้นคุณก็กล่าวกับบาสเตียนโดยตรงผ่านหน้าหนังสือ ต่อจากนั้นคุณก็มองดูตรงไปที่กล้องถ่ายภาพ – ดูเหมือนจะมองออกไปยังผู้ชม – รวมทั้งบอกบาสเตียนว่าเสมือน Atreyu เขาไม่เคยอยู่เพียงลำพังเนื่องจากว่าผู้ชมในโรงหนังอยู่กับเขาตลอดระยะเวลา เป็นตอนๆขณะที่น่าทึ่งที่ผู้ชมจะได้รับรู้โดยตรงว่าเรื่องราวนี้เกิดขึ้นได้น่าฟังพวกเขากำลังเจอกับมันเพียงแค่นั้นและก็เรื่องราวแบบนี้สามารถยังอยู่ได้โดยพวกเรามีส่วนร่วม

การอุทธรณ์สำหรับมุมมองที่ไม่รู้เดียงสาของโลกแทนที่การถากถางถากถางแล้วก็การหาเหตุผลอย่างใจเย็นนั้นเป็นการเปรียบเทียบกับนิยมวัตถุของตลาดเสรีในตอนทศวรรษที่ 1980 ซึ่งสิ่งใดก็ตามที่ไม่มีมูลค่าด้านเศรษฐกิจที่เด่นชัดถูกเห็นว่าไม่มีค่าเยอะขึ้นเรื่อยๆ อาฟเตอร์ช็อกของบรรยากาศด้านการเมืองในทศวรรษ 1980 และก็วัฒนธรรมหน่วยงานที่เกิดขึ้นมาจากลัทธิเรกาโนไม่กส์ยังคงดังกังวาลอยู่เสมอสามสิบปีทำให้การค้นหามนุษยชาติด้วยกันผ่านงานศิลปะวรรณกรรมแล้วก็ภาพยนตร์เกิดเรื่องที่เกี่ยวข้องกันเดี๋ยวนี้ สิ่งหนึ่งที่น่าตกใจเป็นอย่างมากเกี่ยวกับ The NeverEnding Story ในบริบทร่วมยุคเป็นฉากที่น่าทึ่งของ The Nothing ที่กลืนรับประทาน Fantasia ส่งผลให้เกิดภาพของสภาพภูมิอากาศที่ร้ายแรงอันเป็นผลมาจากความเคลื่อนไหวลักษณะภูมิอากาศ สิ่งนี้สร้างบริบทใหม่ให้กับเนื้อความที่แท้จิตใจของภาพยนตร์เกี่ยวกับการรวบรวมแนวความคิดแล้วก็ความริเริ่มคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆแทนที่จะดำเนินธุรกิจถัดไปตามเดิม

พลังที่จินตนาการบางทีอาจเป็นแซคติดอยู่รีนได้บ้างถ้าหากไม่ใช่เพื่อความสลับซับซ้อนทางอารมณ์ด้านในภาพยนตร์ Atreyu ไม่ใช่แค่ตัวตนในอุดมคติของบาสเตียน แต่ว่าอนัตตาที่เปลี่ยนของเขาซึ่งการเสี่ยงภัยสะท้อนให้มองเห็นถึงขั้นตอนที่บาสเตียนสัญญาสำหรับการรักษาภายหลังจากสูญเสียแม่ไป ในตอนต้นของภาพยนตร์หัวข้อนี้บิดาของบาสเตียนบอกให้เขาหยุดเพ้อฝันและก็เริ่มเผชิญหน้ากับปัญหาซึ่งพิสูจน์ได้ว่าเป็นข้อเสนอแนะที่แย่มากเนื่องด้วยเป็นคำว่า ‘เพ้อฝัน’ ของบาสเตียนผ่านการอ่านหนังสือที่ช่วยทำให้เขารักษา ในทางนี้ The Nothing ยังแสดงถึงความไม่มีตัวตนทางอารมณ์ที่หลงเหลือจากการถึงแก่กรรมของผู้ที่คุณรักและก็โดยการเปลี่ยนชื่อพระราชินีซึ่งเป็นมารดาที่ดูแลแฟนตาเซียอปิ้งมีเมตตาด้วยชื่อแม่ของเขาความว่างนั้นเต็มไปด้วยความคิดใหม่และก็การเกิดใหม่ Atreyu Bastian จำต้องพบเจอกับความตายอยู่เสมอเวลารวมทั้งฉากการเสียชีวิตของ Artax ที่น่าอัปยศในเวลาที่ G’mork (บรรยายเสียงโดย Alan Oppenheimer) เงาของ Bastian / Atreyu ที่ปฏิบัติหน้าที่ The Nothing รวมทั้งการทดสอบที่ Atreyu จะต้องพบเจอก็เป็นสิ่งที่บาสเตียนจำเป็นต้องพบเจอรวมทั้งการทดลองคุณประโยชน์ในตนเอง (แล้วก็แทบจะล้มเหลว) และก็การเผชิญหน้ากับตัวตนที่จริงจริงของเขาสไตล์โดเรียนเกรย์

ความอัศจรรย์ของแฟนตาเซียจะมิได้รับการติดต่อสื่อสารกับผู้ชมแม้ไม่ใช่ในการวางแบบการสร้างที่สวยสดงดงามภาพยนตร์และก็เอฟเฟกต์ทางแสงสว่างที่ใช้เพื่อการสร้างโลกแฟนตาซีแล้วก็ผู้อาศัยที่น่ามหัศจรรย์ การดู The NeverEnding Story อีกรอบในสมัยของเอฟเฟกต์ดิจิทัลยั่วยวนใจความพอใจว่าเอฟเฟกต์พิเศษมาไกลเพียงใดในตอนสองสามทศวรรษ เมื่อเทียบกับการถ่ายรูปเหมือนจริงของเคล็ดลับพิเศษ CGI ร่วมยุคแนวทางที่ใช้ใน The NeverEnding Story ดูเหมือนจะสนิทสนมกับผลงานของ Georges Mélièsผู้ก่อกำเนิดภาพยนตร์มากยิ่งกว่าแม้กระทั้งภาพยนตร์ที่ทำขึ้นในทศวรรษภายหลังจาก The NeverEnding Story ได้รับการปล่อยตัวหนแรก อย่างไรก็แล้วแต่ตามที่ Martin Scorsese ชี้ให้เห็นใน Hugo (2011) เอฟเฟกต์แรกๆพวกนี้เป็นสุขทางสายตาด้ามจับจำเป็นต้องได้อย่างน่าทึ่งซึ่งมอบภาพที่น่าตื่นเต้นในรูปภาพยนตร์ที่เทคโนโลยีดิจิทัลยังไม่อาจจะถ่ายภาพได้อย่างแท้จริง โดยเหตุนี้ในตอนที่อนิมันข้นรอนิกส์รวมทั้งการเชิดหุ่นกระบอกที่ใช้ทำให้ Falkor (บรรยายเสียงโดย Alan Oppenheimer) มีชีวิตขึ้นมาอย่างชัดเจนและก็แม้ว่าจะมองเป็นก้อน แต่ว่าก็มีเนื้อหาแล้วก็การเคลื่อนไหวที่พอเพียงในบริเวณใบหน้าของ luckdragon เพื่อถ่ายทอดความเป็นคนรวมทั้งผู้แสดงปริมาณอย่างใหญ่โต ในลักษณะเดียวกันการประสมประสานระหว่างการเชิดหุ่นบทสนทนาและก็การแสดงด้วยเสียง (Oppenheimer อีกรอบ) เป็นความต้องการสำหรับในการทำให้คำปราศรัยที่ ‘ใหญ่มโหฬารดีแล้วก็เข้มแข็ง’ ของ Rock Biter ทำให้ปวดใจอย่างสิ้นเชิง



The NeverEnding Story ยังคงเป็นสิ่งที่ใช้ในการพิสูจน์ถึงพลังที่จินตนาการ

รวมทั้งจำพวกของภาพยนตร์ประดิษฐ์ที่เป็นได้ในสมัยก่อนดิจิทัล มืดน่าสะพรึงกลัวรวมทั้งหงุดหงิดบ่อยมันปฏิบัติต่อเด็กๆด้วยความยำเกรงรวมทั้งสุดท้ายก็ได้ผลสรุปที่ยกฐานะขึ้นโดยที่ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไปด้วยดีถึงแม้ว่ามุมมองที่อ่อนแอที่สุดของภาพยนตร์ประเด็นนี้จะเป็นฉากในที่สุดที่ไม่รู้เดียงสามากยิ่งกว่าที่จะเป็นไปตามจินตนาการการแก้เผ็ดแบบเด็กๆมันเกิดเรื่องบางส่วนสำหรับภาพยนตร์ที่น่าชมซึ่งบางทีอาจดูอย่างกับว่าฉากตลอดของฉาก แม้กระนั้นในความเป็นจริงแล้วเป็นการตรวจสอบจิตใจของเด็กๆอย่างพิถีพิถันรวมทั้งละเอียดในช่วงเวลาที่พวกเขาเดินทางจากความเศร้าโศกไปสู่ความมุ่งหวังใหม่ รวมทั้งเหมือนกับแฟนตาเซียเองภาพยนตร์หัวข้อนี้จะมีอยู่ก็เมื่อมีผู้ชมมาดูแล้วก็เชื่อถือในประเด็นนี้ทำให้การรีมาสเตอร์รีเมคหัวข้อนี้ยอดเยี่ยมในรูปภาพยนตร์ที่ได้รับการต้อนรับเยอะที่สุดในปี 2013

Author: